CÉDRIC MARIE ANTOINE กับงานภาพวาด

 
 
คุณ Cédric Marie Antoine ให้ความสำคัญกับแนวคิดเรื่อง "ความสัมพันธ์กับเวลา" เป็นหลักในงานศิลปะของเขา เขาได้ใช้จินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงานภาพวาดหลากหลายรูปแบบ มีการใช้กรรมวิธี วัสดุ และสื่อที่หลากหลายเพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในงานศิลปะของเขา

คุณ Cédric Marie Antoine เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 1949 ที่เมือง Saint-Quay-Portrieux (ซางท์-เคย์-ปอทรีเออร์) ประเทศฝรั่งเศส เข้าศึกษาที่โรงเรียนวิจิตรศิลป์แห่งฝรั่งเศส (Ecole des Beaux-Arts) คุณ Cédric Marie Antoine ได้ทดลองรูปแบบการนำเสนอและเทคนิคใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ ความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ปรากฏอยู่ทั้งในตัวตนและผลงานศิลปะของเขา คุณ Cédric Marie Antoine มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานและทดลองใช้เทคนิคและวิธีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

คุณ Cédric Marie Antoine เป็นจิตรกรร่วมสมัยที่มีความคิดอิสระ ช่างคิดช่างสงสัย สำหรับจิตรกรคนนี้ ไม่มีอะไรที่หยุดอยู่กับที่ เวลาในปัจจุบัน คือภาพวาดของเขา และเวลาที่ผ่านไปก็คือผลงานศิลปะทั้งหมดนั่นเอง ซึ่งจะเห็นได้จากเส้นทางชีวิตของคุณ Cédric Marie Antoine ดังนี้

ปี ค.ศ. 1949 – 1969 ประเทศฝรั่งเศส (ช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และศึกษาศิลปะ)

11 สิงหาคม 1949 • เกิดที่เมือง Saint-Quay-Portrieux ประเทศฝรั่งเศส
1967 - 1972 • เข้าเรียนที่โรงเรียนวิจิตรศิลป์แห่งฝรั่งเศส (Ecole des Beaux-Arts) เป็นเวลา 5 ปี
1969 • เรียนศิลปะเกี่ยวกับดินและไฟ
• ทดลองศิลปะประเภทใหม่ๆ ทั้งเทคนิคการวาดภาพต่างๆ และเครื่องปั้นดินเผา


ปี ค.ศ. 1969 – 1970 ประเทศอิตาลี (การศึกษาเทคนิคโบราณ)

ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี ค.ศ. 1966 คุณ Cédric Marie Antoine ได้เดินทางไปเมืองฟลอเรนซ์ (Florence) เพื่อช่วยในการบูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนังปูนเปียก (เฟรสโก) รวมถึงเอกสารโบราณต่างๆ ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เขาได้ศึกษาเรียนรู้เทคนิควิธีการของช่างสมัยโบราณ


ปี ค.ศ. 1970 – 1984 ประเทศฝรั่งเศส (ก่อตั้งสตูดิโอและสร้างผลงานศิลปะที่มีความหลากหลาย)

1970 • ก่อตั้งสตูดิโอเซรามิกที่เมืองแรงส์ (Reims) ภายใต้โครงการส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมในชุมชน สตูดิโอดังกล่าวยังคงเปิดให้บริการอยู่จนถึงปัจจุบัน
1971 • ก่อตั้งสตูดิโอเครื่องปั้นดินเผาและภาพเขียนของตนเองในหมู่บ้านฟิมส์-มาร์น (Fismes-Marne) ซึ่งมีศิลปินหลายคนเคยมาทำงานที่นี่
1972 • เริ่มสร้างผลงานขนาดใหญ่บนผ้าใบ และทุ่มเทเวลาให้กับการศึกษาเทคนิคของศิลปะบนผ้าใบและเครื่องปั้นดินเผา
1973 - 1980 • วาดภาพประกอบนิทานของฌันเน็ท เบอซองซง-โฟลท์ (Jeannette Besançon-Flot) จำนวน 5 เล่ม
• ย้ายกลับมาอยู่ที่ถนน Bonaparte ในกรุงปารีส
• ทำภาพประกอบให้นิตยสาร ELLE และ Cosmopolitan
• ย้ายสตูดิโอไปที่แคว้นนอร์มองดี (Normandie) และเริ่มทำงานในโครงการ "ศิลปะไปรษณีย์" (Arts de la Poste)
• วาดรูปบนเสื้อผ้าและรถยนต์ และสร้างงานศิลปะเซรามิกบนกำแพงสำหรับโรงเรียนแห่งหนึ่ง ภายใต้โครงการของกระทรวงวัฒนธรรม
1981 • สร้างสตูดิโอใหม่ในแคว้นนอร์มองดี ชื่อ "La Mare Seule"
• เริ่มสร้างงานศิลปะบนโต๊ะอาหาร และงานสสักลายบนแก้ว


ค.ศ. 1984 – 1999 สหรัฐอเมริกา (โลกใหม่ สตูดิโอใหม่ และการทดลองใหม่ๆ)

1984 • ย้ายไปทำงานในสตูดิโอฤดูร้อน ที่นิวยอร์ก
1985 • ทุ่มเทให้กับงานเซรามิก
1986 • ภาพวาดนูนบนผ้าใบ ชุดบุคคลผู้มีชื่อเสียง ได้แก่ David Bowie, Nancy Cunnard, Facteur cheval, Colette, Yves Simon และ Klaus Nomi…
1989 • ภาพวาดบนผ้าใบชื่อ "ตามวิถีของ..." ใช้เทคนิคผสม เพื่อเป็นเกียรติแก่ Picasso Braque Matisse Metzinger และ Fernand Leger...
1990 • ภาพปะติดจากวัสดุต่างๆ บนผ้าใบและกระดาษ arches • วาดภาพบนเก้าอี้ โซฟา โต๊ะ และสิ่งของต่างๆ เช่น กล่อง โคมไฟ ขวด วิทยุ โทรทัศน์และคอมพิวเตอร์
1991 • ภาพพิมพ์ยางแกะ (linocuts) และโปสเตอร์
1992 • วาดภาพบนผ้าใบชุดใหม่ในสตูดิโอศิลปะในนิวยอร์กและกรีนนิช รัฐคอนเนคติกัต (Greenwich, Connecticut)
1993 • ภาพวาดสีอะคริลิคบนผ้าใบขนาดใหญ่ " Les petits déjeuners"
1994 • ภาพพิมพ์ยางแกะ (linocuts) ชุดใหม่ บนกระดาษแบบจีน "La série des Verres"
1995 • ชุดภาพพิมพ์จากแม่พิมพ์แกะสลัก (engraving) "Les Chemins de Cajarc"
• เริ่มจัดทำชุดภาพพิมพ์ชุดใหม่โดยใช้กระดาษแบบไทย " Carnets de Thaïlande"
1996 • ภาพวาดด้วยหมึกขนาดเล็กชุดสำคัญ "Petits formats sur papier chinois"
1997 • ภาพวาดบนกระดาษและภาพสีอะคริลิคบนผ้าใบ "Les tasses à café"
1998 • ชุดภาพสีอะคริลิคบนผ้าใบ "Les poires"
1999 • ภาพวาดบนผ้าใบขนาดเล็กและชุดภาพวาดบนกระดาษ "Carnet de voyage japonais"


ค.ศ. 1999 – 2013 ประเทศฝรั่งเศส (การกลับไปเพื่อค้นหาแนวคิดใหม่ๆ)

2000 – 2005 • ย้ายเข้าสตูดิโอใหม่ที่เมืองลาซอญ (La Sogne) แคว้นนอร์มองดี และเริ่มทดลองแนวคิดใหม่ๆ กับหัวข้อ "petit déjeuner"
• ภาพพิมพ์ระบบดิจิตอลแบบญี่ปุ่น เรียกว่า Insatsu
• ผลิตภาพพิมพ์ Insatsu ชุดแรก ในหัวข้อ "Petit déjeuner" (ค.ศ. 1993) : "La petite cuillière noire" "L'œuf à la coque" และบานพับภาพสอง (diptych) "Les chemins gris"
• นำผลงานภาพวาดหมึกบนกระดาษซึ่งได้ทำมาแล้ว มาผลิตใหม่เป็นภาพสีอะคริลิคบนผ้าใบ
• ภาพพิมพ์ Insatsu : « Arbres #1#2, main rouge et main jaune, poire rouge »
• ภาพพิมพ์ Insatsu ของศิลปินชื่อดัง ได้แก่ Andy Warhol, Picasso, Dali และ Marilyn และเริ่มกลับมาวาดภาพสีอะคริลิคในหัวข้อ "เส้นทาง" (chemin)
2006 • ภาพพิมพ์ Insatsu ของศิลปินชื่อดัง "Marilyn, Gauguin"
2007 • ภาพวาดหมึกจีน "Les Tulipes" และภาพวาดสีอะคริลิคบนผ้าใบ "Les Fruits"
2008 • "Les Chemins de Carjac" บานพับภาพสองบนผ้าใบขนาดใหญ่หนา 7 เซนติเมตร ซึ่งให้ความรู้สึกเสมือนงานประติมากรรม
2009 • งานภาพสีอะคริลิคบนผ้าใบ "Les fenêtres ouvertes sur le chemin" และภาพพิมพ์จากแม่พิมพ์
2010 • ภาพวาดบนผ้าใบ "Paysage d'automne"
2013 • ภาพวาดบนผ้าใบขนาดใหญ่ "Nature morte à la fenêtre"
• ภาพวาดหุ่นนิ่ง (nature morte) "Les bouteilles et les pommes" "Les bouteilles et les poires" "Les tasses à café" และ "Sur les fruits"
 
     
ENGLISH | FRANÇAIS นโยบายความเป็นส่วนตัว | การปฏิเสธความรับผิดชอบ